บริษัทและตลาดอีคอมเมิร์ซคาดการว่าจะเติบโตจาก 2.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 ไป 4.88 ล้านล้านเหรียญสหรัฐภายในปี 2021 จะเป็นการสร้างโอกาสเพิ่มให้กับคนที่สนใจในการขายของออนไลน์หรือมีธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

การมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซของแบรนด์ตัวเองจะช่วยให้คุณมีอำนาจในการตัดสินใจในธุรกิจตัวเองโดยไม่ต้องตกเหยื่อข้อกฎเกณฑ์ของพวกเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเจ้าใหญ่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การมีเว็บไซต์ของคุณจะเป็นการลดความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่อยู่เหนือควบคุม

ร้านของคุณสามารถรับความไว้วางใจในตลาดกลางใหญ่โดยเป็นแหล่งฐานลูกค้าจำนวนมาก แต่เมื่อคุณโตไปถึงจุดหนึ่ง มันถึงเวลาที่คุณสร้างเว็บไซต์ของคุณเองแล้ว

8 เหตุผลที่คนขายทุกคนควรมีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

การขยายธุรกิจไปใช้แพลตฟอร์มเพิ่มและรวมถึงการสร้างแพลตฟอร์มของตนเอง เป็นขั้นตอนสำคัญต่อการเติบโตและการขยายตลาดอย่างยิ่ง มันสามารถให้คุณมีอำนาจควบคุม และปกป้องภาพและชื่อเสียงของแบรนด์ตัวเอง

นักขายอีคอมเมิร์ซที่ประสบความสำเร็จโดยรวมมีเว็บไซต์ของตัวเองทั้งนั้น

1) การเป็นเจ้าของแบรนด์แปลว่าเป็นเจ้าของลูกค้า

การย้ายออกจากการขายในเว็บไซต์พ่อค้าคนกลางทั้งหลายอย่างเช่น อเมซอนหรืออีเบย์ คือการควบคุมแบรนด์ของคุณได้ดีขึ้นเมื่อคุณกระจายไปยังแพลตฟอร์มใหม่ๆ
เมื่อคุณสร้างแบรนด์นั้นให้มั่นคงบนเว็บไซต์ของคุณเอง คุณกำลังบอกลูกค้าว่าพวกเขากำลังซื้อสินค้าจากตัวคุณ ไม่ใช่จากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ วิธีนี้ทำให้ลุกค้าของคุณไว้ใจคุณและแบรนด์ของคุณ
เพราะว่ามีความเป็นตัวตนในโลกออนไลน์ซึ่งหายาก

เมื่อคุณทำการขายผ่านเว็บไซต์ ลูกค้าของคุณจะซื้อโดยตรงจากคุณ และทำให้พวกเขารู้จักเว็บไซต์ของคุณ แต่เมื่อพวกเขาซื้อจากร้านค้าของคุณใน อเมซอน หรือ อีเบย์ หรือ วอลมาร์ท คุณยังสามารถสร้างแบรนด์จากผลิตภัณฑ์ของ
คุณเพื่อที่จะดึงดูดลูกค้าไปยังเว็บไซต์หลักของคุณ และควบคุมแบรนด์ที่อยู่เบื้องหลังการขายได้

 สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์โดยให้รายละเอียดสินค้าที่ตรงและถ่ายรูปสินค้าสวยๆโดยไม่ต้องกลัวการขัดแย้งกับเงื่อนไขและบริการของแพลตฟอร์มการค้าคนกลาง สื่อสารกับลูกค้าในฐานะแบรนด์และชื่อเสียงของคุณ

การขนส่งแบบหลากหลายหลายช่องทางไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องยาก ทำงานร่วมกับบริษัทเราเพื่อการดำเนินการแบบ end-to-end คือการกำหนดราคาที่ดี และการจัดส่งที่รวดเร็ว

การสร้างแบรนด์ร้านค้าของคุณช่วยให้คุณสร้างฐานลูกค้าจากคนที่มีความรู้จักและไว้วางใจคุณ ผู้คาดหวังการบริการหรือคุณภาพในระดับหนึ่งจากคุณ เป็นการสร้าง word-of-mouth marketing ไปในตัว ลูกค้าของคุณที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีก็จะบอกต่อกับคนรอบข้างเขา
การมีเว็บไซต์ของคุณเองทำให้การสร้างแบรนด์ง่ายขึ้นและน่าเชื่อถือมากขึ้นเพราะว่าคุณมีการนำเสนอทางออนไลน์ที่ชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะช่วยแนะนำลูกค้าอยู่เสมอ

2) ช่วยให้มีความหลากหลาย: ให้ประสบการณ์ Omni-Channel ที่ช่วยลดความเสี่ยง

หากแบรนด์ทั้งหมดของคุณลงทุนในเพียงแพลตฟอร์มเดียว คุณมีความเสี่ยงที่จะลดคุณค่าของแบรนด์ที่สูงมาก อย่างเช่น ในแพลตฟอร์ม อเมซอน ระงับบัญชีผู้ขายโดยไม่มีการตักเตือนล่วงหน้าเลย
ถึงแม้ข้อมูลของร้านไม่ได้ถูกระงับแต่การขายจะถูกระงับ คนขายต้องมาคอบติดต่อและแก้ปัญหาเอง ในระหว่างนั้นธุรกิจก็สูญเสียรายได้และลูกค้าในขณะที่คนขายต้องแก้ปัญหากับอเมซอน เป็นหนึ่งเหตุผลใหญ่ที่แนะนำให้ควรเปลี่ยนจากช่องทางเดียวไปสู่ระบบ omni-channel

การย้ายช่องทางธุรกิจอีคอมเมิร์ซของคุณไปแบบหลายช่องทางทำให้คุณกระจายความเสี่ยง ดังนั้นหากมีอะไรที่ผิดปกติ ธุรกิจของคุณยังคงได้รับการคุ้มครองและคุณก็ยังคงสร้างรายได้อยู่
นอกจากนั้น หากลูกค้าในตลาดปัจจุบันของคุณรู้จักชื่อแบรนด์ของคุณ พวกเขาก็สามารถค้นหาเว็บไซต์และติดต่อคุณโดยตรงเพื่อทำการซื้อสินค้าทันที
การเป็นเจ้าของร้านค้าของคุณจะเปิดช่องทางติดต่อลูกค้าหลายจุดเพื่อเข้าถึงธุรกิจของคุณ

3) ช่วยการส่งเสริมความซื่อสัตย์และความน่าจดจำของแบรนด์

การขายซ้ำเป็นปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังการเติบโตของอีคอมเมิร์ซ แค่เพราะว่าการขายให้กับลูกค้าปัจจุบันนั้นง่ายและประหยัดกว่า และใช้ต้นทุนน้อยกว่าการทำธุรกิจใหม่ถึง 20 เปอร์เซนต์
การขายจากเว็บไซต์ของตนเองสร้างโอกาสให้คุณมากขึ้นโดยสร้างช่องทางติดต่อและสือสารกับลูกค้าใหม่ที่สะดวกเพื่อสร้างลูกค้าที่จะกลับมาหาเราบ่อยๆ

 ร้านค้าบนเว็บสามารถให้คุณ:
 ลงทะเบียนลูกค้าทางอีเมลเพื่อติดต่อซ้ำ
 ดึงดูดลูกค้าไปยังหน้าโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างความสนใจต่อไป
 วางตลาดผลิตภัณฑ์ที่มีแบรนด์สินค้า ซึ่งหวังว่าจะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์เดิมของคุณเพื่อกระตุ้นการขายซ้ำ
มีระบบ คูปอง โปรโมชั่น ที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตัวเอง

แต่ละวิธีดังกล่าวสามารถเพิ่มความสามารถในการกระตุ้นยอดขาย เนื่องจากสถิติได้พบว่าประมาณ 65% ของยอดขายแบรนด์ทั้งหมดมาจากลูกค้าประจำ
อย่างไรก็ตามการสื่อสารกับลูกค้ามักไม่ได้รับอนุญาตบนแพลตฟอร์มเช่น อเมซอน เพราะคุณไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้การแทรกแพ็คเกจแบรนด์ หรือส่งอีเมลเกินจำเป็นเพื่อให้ประสบการณ์และความพึงพอใจที่ดีแก่ลูกค้า

4) ช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาด

การตลาดแบบส่งเสริมการขาย ที่ถูกขับเคลื่อนโดยเว็บไซต์ของคุณ สามารถเพิ่มรายได้กับธุรกิจคุณ

ตัวอย่างเช่นหากคุณขายเครื่องกรองกาแฟ คุณสามารถทำงานร่วมกับแบรนด์ที่ขายเครื่องชงกาแฟอื่นๆ เพื่อมอบส่วนลด 25% จากการซื้อตัวกรองครั้งแรกให้กับลูกค้าเพื่อจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับทั้งแบรนด์คู่ค้าและลูกค้าของคุณ

โอกาสทางการตลาดประเภทนี้จะใช้ไม่ได้หากคุณพึงอยู่ในแพลตฟอร์มอย่าง อเมซอน เพราะว่าคุณต้องพึ่งพาความสามารถและนโยบายของแพลตฟอร์ม และความเต็มใจของลูกค้าที่จะซื้อผ่านแพลตฟอร์มนั้นอีกครั้ง

5) ลดต้นทุนต่อการขายด้วยร้านค้าของคุณเอง

ตลาดกลางใดๆ ที่คุณขายจะคิดค่าบริการเป็นเปอร์เซ็นต์สำหรับการใช้แพลตฟอร์มนั้น ในขณะที่การสร้างและจัดการร้านค้าออนไลน์ของตนนั้นแพง คุณอาจพบว่ามันลดราคาต้นทุนเองได้อย่างรวดเร็วเมื่อคุณเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

หากคุณสามารถเข้าถึงลูกค้าโดยตรงผ่านเว็บไซต์ของตน คุณจะประหยัดค่าธรรมเนียมตลาดผู้ขายและสามารถลดต้นทุนเฉลี่ยต่อการขายในทุกช่องทาง

6) การค้นหาทางตลาดดีขึ้น

การเป็นเจ้าของเว็บไซต์ช่วยให้คุณสามารถเลือกใช้การตลาดที่หลากหลาย ที่คุณไม่สามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ
ตัวอย่างเช่น SEO และ SEM สามารถดึงดูดคนดูและลูกค้ามายังร้านของคุณได้
บนเว็บไซต์ของคุณเองคุณสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาได้ แทนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหาภายในตลาด
การเพิ่มประสิทธิภาพรายการในตลาดสำหรับการค้นหาคงไปได้ไม่ค่อยไกลบนเว็บไซต์ที่โฮสต์รายชื่ออื่นๆ อีกหลายล้านรายการ
การเปิดตัวร้านค้าอีคอมเมิร์ซของตนเองช่วยให้คุณสามารถใส่บล็อกและวิดีโอ เพื่อเพิ่มคนดูสินค้าและสร้างโอกาสในการขายพร้อมกับสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่มีอยู่
วิธีเหล่านี้ล้วนมีศักยภาพในการเพิ่มรายได้จำนวนมหาศาลเรื่อยๆ

7) เริ่มการติดป้ายแบรนด์ส่วนตัว

การติดฉลากส่วนตัวกำลังเพิ่มขึ้นสำหรับผู้ขายอีคอมเมิร์ซ และหากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์และช่องทางของคุณเองคุณก็สามารถขายสิ่งที่คุณต้องการได้
แม้ว่าคุณจะแยกสาขาเป็นผลิตภัณฑ์ทั่วไป การสร้างตราสินค้าและการขายผ่านแพลตฟอร์มรวมถึงช่องทางการขายของคุณ จะทำให้คุณมีโอกาสมากขึ้นในการสร้างความไว้วางใจและธุรกิจที่มาเรื่อยๆ
ที่สำคัญกว่านั้น ในฐานะแบรนด์ส่วนตัว คุณจะมีโอกาสมากขึ้นในการรวบรวมข้อมูลลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีขึ้นตลอดเวลา และมีโอกาสมากมายในการปรับแต่งบริการหรือผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้าของคุณ

8) ได้รับอิสระในการขายตามที่อยู่ของลูกค้า

แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซใดๆนั้นมักจะมีขีดและข้อจำกัด และมักจะมีข้อกำหนดยากเย็นที่ต้องใช้เวลาและเงินในการทำตาม ร้านค้าของคุณให้เครื่องมือเพิ่มเติมในการขายวิธีการและสิ่งที่คุณต้องการมากกว่า

เว็บไซต์ยังช่วยให้คุณสามารถขายได้ทุกที่ที่คุณต้องการ คุณสามารถเพิ่มยอดขายด้วยร้านป๊อปอัพเช่น Anker และ Bonobos
คุณสามารถเสนอทางเลือกในการรับสินค้าให้กับลูกค้า และคุณสามารถมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทางที่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซไม่อนุญาตหรือสนับสนุน
การเป็นเจ้าของร้านค้าของคุณช่วยให้คุณสำรวจตัวเลือกด้านโลจิสติกส์ที่เป็นอิสระและรักษาความสม่ำเสมอในการจัดส่งได้ที่ไหนก็ตาม
ในตลาดการแข่งขัน คุณภาพการจัดส่งและประกันมีส่วนสำคัญในการตัดสินความสำเร็จของผู้ขายอีคอมเมิร์ซ

ผู้ขายอีคอมเมิร์ซทุกคนควรมีเว็บไซต์ของตัวเอง แม้ว่าจะคุณเป็นผู้ค้าขายต่อก็ตาม ด้วยการวางแผนที่เหมาะสมและการมีศักยภาพสำหรับผลิตภัณฑ์แบรนด์ส่วนตัวที่คุณจะมีในอนาคต คุณก็จะสามารถเพิ่มยอดขายกับการสร้างแบรนด์และลดต้นทุนต่อการขายได้

แต่ที่สำคัญที่สุด คือผลกำไรจากเว็บไซต์ของคุณไม่ได้เกิดแค่จากการขาย เว็บไซต์ของคุณจะเพิ่มความไว้วางใจและการรับรู้ของซื้อและกระตุ้นความภักดีกับการรักษาลูกค้าพร้อมกับช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ดีขึ้น และจะผลักดันยอดขายของคุณในทุกแพลตฟอร์มที่ตั้งไว้